Oo เราควรจะเรียนเอาเกรด หรือเรียนเอาความรู้ ?? oO
posted on 30 Oct 2007 17:14 by ppinkkingyo in TOILET
อารมณ์เสียนิดหน่อย เมื่อดูเกรด
โอเค ว่าแจ๊ปเราได้เอ (เพราะโทรไปเม้าท์กะอาจารย์มา) แต่ที่น่าเจ็บใจก็คือ เพื่อนเราที่เรียนโทนัน(นันทนาการ) ได้เกรดกันแบบง่ายๆ ไอ้ยาฟันเอไปสามตัวกับวิชาโท เกรดพุ่งปรี๊ดไป 3.64 ในขณะที่คนที่เรียนโทอิงค์ กินหมากันกระจาย ขนาดไอ้หนิงว่าขั้นเทพ เอยังไม่หลุดมาให้เชยชม เกรดมันก็อยู่ที่ 3.5 (ณ บัดนี้คือเกรดออกแค่ห้าตัว เหลืออีกสอง)
ความแตกตางระหว่างเกรด เนื้อหาวิชาเรียนของวิชาโทสองวิชานี้ แตกต่างกันอย่างมหาศาลล้านแปด
โทนันเรียนกันแบบชิลชิล วันๆ เอาแต่ร้องเพลง เล่เกมส์ แต่งเรียงความ แต่งกลอน คะแนนเก็บก็มี เกรดก็ได้ง่าย
แต่โทอิงค์ต้องนั่งท่องสัญลักษณ์ Phonetics ต้องท่องแกรมม่า ท่องศัพท์ ทำโปรเจ็คสารคดี คะแนนเก็บไม่มี(มีแค่วิชาเดียว) เกรดก็มหาโหด
อารมณ์เสีย ...
ถ้าถามว่าแล้วทำไมเราไม่ไปเรียนโทนันล่ะ?
1. ยอมรับว่าเรียนตามเพื่อนตัวเอง ถ้าให้เราไปเรียนนันกับเพื่อนที่ไม่ซี้ กูจะบ้าออกมั้ยล่ะ
2. ยอมรับว่าโง่อิงค์ แต่ที่เรียน ก็หวังว่ามันอาจจะมีความรู้มาประดับหัวสมอง เผื่อจะฉลาดขึ้น
นี่แหละคือเหตุผล
เพราะฉะนั้นมันจึงเกิดคำถามที่หลายๆ รุ่นถามสืบเนื่องกันมาว่า
"จะเรียนเอาเกรด หรือจะเรียนเอาความรู้"
ถ้าเรียนเอาความรู้ มันก็จะได้ความรู้ มันก็จะได้ความรู้นั่นแหละ (เอิ่ม ไม่ได้ตั้งใจกวนตีน แต่หายความตามนั้นจริง)
ถ้าเรียนเอาเกรด ในสาขาวิชาที่เราเรียน การขวนขวายหานทุนเรียนต่อ มันก็จะมีโอกาสมากกว่า ถ้าได้เกรดสูง แต่ความรู้ก็ไม่ค่อยได้
หลายคนบอกว่า เวลาสมัครงาน เขาดูแต่เกรด ไม่ดูหรอกว่าเรียนวิชาอะไร เรียนโทอะไรบ้าง
หลายคนบอกว่า เวลาสมัครงาน เขาก็ดูวิชาเรียนด้วย
ตกลงดูอะไรบ้าง ใครรูช่วยมาเปิดกะโหลกกลวงๆ ของเราหน่อย ... Please ~~
แต่ทั้งๆ ที่อาจารย์เราก็บอกแล้วนะว่า สาขาอิงค์ของภาคเรามันยังไม่ค่อยพัฒนา ไม่ควรเรียน เรียนไปก็ไม่ได้อะไร รุ่นพี่บางคนได้เกรดดีมากๆ เพราะสนิทกับอาจารย์ (เจ๊แกพูดตรงดี ทำกูฮาได้อีก) แต่เราและเพื่อนก็ยังดื้อเรียน คิดกันเอาเองว่าอย่างน้อย มันก็ต้องได้อะไรกลับมาบ้างล่ะนะ
แล้วเป็นไง ได้น้ำตากับเกรดห่วยๆ ออกมาแทน ความรู้ที่ได้ก็เท่าหางอึ่ง แถมด้วยไมเกรนแ-ดสมองกันอีกต่างหาก วันที่สอบนั่งอ่านหนังสือกันหัวบาน แต่เด็กโทนันชิลมากมาย แล้วกูล่ะ คืออะไร ... อีบ้าก็ไม่ปาน ~,~
สุดท้ายแล้วจะเป็นยังไงก็ยังไม่รู้ เพราะตอนนี้ Phonetics ติด I (มิใช่ไอเลิฟยู้~~) กันทั้งห้อง เนื่องจากวีรกรรมอันแทรบทรวง แล้ววิชาฮิวมัน (ที่นั่งดูหนังกันทุกคาบ) มันก็ยังไม่ออก ยังไงก็แล้วแต่ เทอมนี้ไม่ถึง 3 แน่ๆ ซึ่งนั่นก็ทำเราเครียดเอาการ เพราะมันก็จะทำให้เกรดเฉลี่ยเราลดลงไปไม่ถึง 3 เช่นกัน โฮโฮ ... จะมีปัญญาได้สอบทุน และต่อโทมั้ยเนี่ยยยยย (เงี้ยแหละ ไอ้พวกหวังสูง ทะเยอทะยาน)
ใครบอกได้บ้างว่าท้ายที่สุดของการเรียน
"ควรจะเรียนเอาเกรด หรือเอาความรู้" ??????
มืดมนหม่นหมอง เกรดก็เน่า คนก็เน่า เครียด!!
แต่ความบังเอิญก็คือ เราเรียนเอกญี่ปุ่น โทอิงค์เหมือนกัน ^^"
สรุปตอนนี้โง่ทั้งสองภาษาครับ กร๊ากกก ..
.. ความโง่ส่วนบุคคลมิโทษภาษาไหน
ถ้าถามว่าเรียนเอาเกรด ในกรณีเรามันตรงกันข้ามเลย
เพราะเราเรียนเอาแค่พอผ่าน .. นั่นคือนโยบายในเทอมก่อนๆ
แต่สำหรับเทอมนี้ เปลี่ยนนโยบายเป็น ถ้าเรียนแล้วผ่านก็คงดีนะ
แต่ถ้าไม่ผ่านจริงๆ ก็ไม่เป็นไร ... นั่นคือ เรียนเอาชิลนั่นเอง - -
เรียนเอาความรู้ ข้อนี้ก็ไม่ได้อีกเพราะสมองรั่ว ...
เรียนแล้วฟอร์แมทกันเป็นรายสัปดาห์ กลับมากลวงเหมือนเดิม
พอมาคิดดูแล้วตัวเองจึงไม่สามารถตอบได้ว่าเรียนไปเพื่ออะไร
.. จึงเปลี่ยนแนวคิดมาเป็น จะขอใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุข
จะหยุดความพยายามทุกอย่าง ยกเว้นพยายามชอบตัวเองให้มากขึ้น
และยิ้มให้กับทุกสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ ยิ้มให้กับวันนี้
จากที่เคยเฝ้ารอแต่ว่าอนาคตซักวันคงจะมีความสุข .. ซักวัน
อิงค์ของที่นี่ แม้อาจารย์อาจจะไม่ใช่ตัวแปรต้นที่สำคัญของเกรด
แต่เป็นตัวแปรต้นที่สำคัญสุดๆ ของทุกปัจจัยในการเรียน
ซึ่งเทอมนี้แต่ละคนที่เจอก็นะ .. มันชวนให้ดรอปตั้งแต่สัปดาห์แรกเสียนี่กระไร
ยังไงก็สู้ๆ ( ^ ^ ) แม้ว่าเราจะไม่รู้อะไรแน่ชัด ...
แต่ยังไงเวลาเอาทุนก็ต้องไปสอบอยู่ดี ไหนจะใบวัดระดับ 2
ไหนจะใบเรคคอมเมนท์จากเซนเซย์ ฯลฯ
ส่วนเวลาทำงาน เค้าบอกว่าเกรดจะมีผลในกรณีที่เราสมัครงานครั้งแรกมากกว่า
พอหลังจากนั้นเค้าจะดูประสบการณ์ทำงานเป็นหลัก
ยิ่งถ้าได้เข้าทำงานแล้วยิ่งไม่มีผลเลย
เพราะที่เหลือคือคามสามารถในการทำงานล้วนๆ แล้ว ^^
#1 By li FaAS il on 2007-10-30 18:27