สงกรานต์ที่ผ่านมา วีรยาไม่ได้ไปเล่นน้ำ

เสาร์ นอนอยู่บ้าน

อาทิตย์-จันทร์-อังคาร ไปบ้านยาย แต่ก็ทำได้แค่นอนอยู่บ้าน

พุธ ตอนแรกนึกว่ามีเรียน แต่ที่ไหนได้ กูจำวันผิด เลยต้องนอนอยู่บ้าน -*-

 

และเมื่อวันจันทร์-อังคารที่ผ่านมา ผองเพื่อนก็ได้หนีเราไปเล่นน้ำทะเล ณ เกาะล้านมา โดยมีเพื่อนร่วมแก๊งค์เป็นชาวคณะจากญี่ปุ่นมาร่วมอีก ๔ คน ก็เลยแบบว่าลัลล้ากันไป

แต่สงสัยมันจะลัลล้ากันเกินไป มันเลยเกิดเหตุการณ์

 

" ปิดเทอมใหญ่ หัวใจเวิ่นเว้อ "

 

ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 

เหตุการณ์นี้ กลายเป็นปัญหาระดับชาติ (?) (มึงเว่อร์มาก) อันใหญ่หลวง สถานการณ์ระส่ำระสาย

เมื่อ นางสาว ม. แอบรัก นาย น. แต่นาย น. ดันมารักแรกพบกับนางสาว ย. แต่นางสาว ย.ไม่เล่นด้วย

และมันจะไม่กลายเป็นวิกฤตขั้นรุนแรง ถ้านางสาว ม.และนางสาวค ย.ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน !

 

เมื่อเกิดปัญหา เราย่อมต้องหาทางแก้ไข

นางสาว ย.โฟนอินข้ามจังหวัดหา นางสาว พ. ถึงเชียงใหม่ ก่อนจะลากกลับมากทม.เพื่อร่ำร้องกับ นางสาว ว.

เท่านั้นยังไม่พอ คืนก่อน นางสาว ม. / นางสาว ย. / นางสาว บ. และ นางสาว ป. ได้พากันไปโอ้บาร์พร้อมกับ นาย น.

เรื่องราวเวิ่นเว้อจึงเกิดขึ้น

เมื่อ นางสาว ม. บอกรัก นาย น. และ นาย น. ก็บอกรัก นางสาว ย.

เศร้าแดกกันไปตามระเบียบคับพี่น้อง

 

แถมโอ้บาร์ยังพ่นพิษ ด้วยการเปิดไฟแบบสลัว ๆ เปิดเพลงเหมือนกับรู้สถานการณ์ บอดี้แสลม อกหัก มาเอง

นางสาว ม. จึงกระดกน้ำเมาเข้าปากอย่างไม่บันยะบันยัง

เป็นผลทำให้สี่สาวนั่งร้องไห้เพราะอาลัยในโชคชะตา และสงสารเพื่อน

แต่นาย น. ด้วยความเป็นญี่ปุ่น และไม่รู้เรื่องรู้ราว ก็เอาแต่สะกิด นางสาว ย. เพื่อขอถ่ายรูปเป็นการใหญ่

มือขวามันสะกิด นางสาว ย. เพื่อหวังทำคะแน แต่มือซ้ายมันเสือกจะหันไปสะกิด นางสาว ม. ว่าเป็นอะไรมั้ย ? (อารมณ์คือเป็นห่วง)

พะว้าพะวง เวิ่นเว้อ วุ่นวายอยู่พักใหญ่ จากที่นางสาว บ. ร้องไห้เพราะสงสารน้องอยู่นั้น ชีกลับขำพรืดออกมาพรวด

นางสาว ป. ถึงกับงง มันเป็นอะไรมากมั้ย?

 

เหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวล ได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ ณ เวลานี้

นางสาว น. ที่เดินทางไปฝึกงานอยู่เชียงใหม่ ต้องลุกขึ้นมารับโทรศัพท์ฟังปัญหาพร้อมกับร้องไห้ตาม ตอน ๓ นาฬิกา

นางสาว ว. ที่กำลังนอนสบายตูดโด่งอยู่ที่บ้าน ก็ต้องตื่นมาฟังความอัดอั้นตันใจพร้อมกับสรรหาคำปลอบใจมาให้ ตอน ๘ นาฬิกา

 

เรื่องนี้ไม่มีใครผิด และไม่มีใครถูก

และก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องราวจะจบลงที่ตรงไหน? (พรุ่งนี้ นาย น. จะกลับประเทศแล้ว)

มันอาจเป็นเพราะพวกเขาต่างเจอกันช้าไป

มันอาจเป็นเพราะใครคนนึงไม่ยอมบอกความรู้สึกออกไป มัวแต่รอเวลาที่เหมาะสม

หรือมันอาจจะเป็นเพราะโชคชะตากำหนดมาให้ต้องเป็นแบบนี้

หรืออย่างน้อยที่สุด ก็อาจเป็นบททดสอบของความเป็นเพื่อนแท้ของพวกเรา

ว่าถ้าเรื่องเป็นแบบนี้ เราจะทำอย่างไร เพื่อให้อีกฝ่ายที่เป็นเพื่อนเราเสียใจน้อยที่สุด

และเพื่อนอีกหลายคน จะทำอย่างไร ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับเพื่อนของตัวเอง

 

คนหนึ่ง จะยอมไปบอกเขาว่า "เกลียด" เพื่อที่เพื่อนจะได้ไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวดมากไปกว่านี้

คนหนึ่ง ก็ยอมที่จะไปบอกเขาว่า "เรื่องวันนั้น มันไม่มีอะไร" เพื่อที่เพื่อนจะได้ไม่ต้องรู้สึกกังวล

ส่วนอีกหลายคน ก็ได้แต่คอยเป็นที่ปรึกษา และคอยปลอบใจ เพื่อที่เพื่อนของเราทั้งสองคนจะกลับมาสดใส ร่าเริง เหมือนเดิม

 

ถ้าเป็นคุณล่ะ คุณจะทำอย่างไร ?

 

 

-----------------------------------------------------------------------

 

 

เรื่องต่อไป

ไม่ได้เขียนแล้วรู้สึกแปลก ๆ เพราะปกติจะต้องเขียนอยู่ทุกเทอม (เป็นพวกบ้า งี่เง่า ชอบพะว้าพะวงกับเรื่องของตัวเอง)

เกรดออกครบทุกตัวแล้วล่ะเว้ยเฮ้ย !

 

Japanese Industrial Business - B

ก็ดีใจเล็กน้อยถึงปานกลาง เพราะคะแนนมิดเทอม "ตกมีน" ว่ะค่ะ แล้ววิชานี้ก็แบบเรียนยังกะภาคอินเตอร์ เนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษ แต่พอสอบ คำถามมันมาเป็นภาษาไทยคับพี่น้อง ... หลายคนบอกว่า อ.อ่ะก็ดีนะ ไม่กดเกรด เขาช่วยมาก เพราะขนาด นาย ต. ได้มิดเทอม ๘ เต็ม ๓๐ ฮียังฟาด C+ ไปกิน (นาย น. บอกว่า สงสัยเป็นเพราะมีไปเคลียร์กันหลังไมค์ส่วนตัว...อ๊าย อีบ้า นัง ต. มันแมนนะเฟ้ย) แต่หลายคนก็ตั้งข้อสังเกตุว่าอาจเป็นเพราะห้องเราเป็นรุ่นสุดท้ายของวิชานี้ ปีหน้าจะไม่เปิดแล้ว (เพราะรุ่นน้องเปลี่ยนหลักสูตร)

 

Arts Of Living - B

วิชาเลือกที่ลงกันหวังเป็นตัวช่วย เรียนกันชิวโคตร ฟังเพลงบ้าง เม้าท์แตกตามประสากันในห้องกับอาจารย์บ้าง แต่ข้อสอบมันโฮกเกิ๊น เขียนกันทีเป็นหกเจ็ดแปดหน้า (มึงเอาอะไรมาเขียนกันนักหนา) กลุ่มเรา (รวมอะฮั้น) มี ๑๐ คน มันได้เอ บีบวกกันไป ทำไมมีกูคนเดียวที่ได้ บี ... นั่งคิดนอนคิด เอาเท้าก่ายหน้าผากคิดก็ได้คำตอบว่า กูชอบตอบคำถามแบบเอาความคิดตัวเองมาตอบ กูไม่อิงทฤษฎีคับพี่น้อง ก็เลยไม่ต้องแด๊กคะแนนอย่างที่เห็นอ่ะ เหอเหอ

 

Japanese Conversation 2 - A

เพื่อนหลายคนมาบ่นและด่ากับเรา ว่าทำไมเราได้เอ แล้วพวกมันได้แค่ซี ซีบวก ทั้ง ๆ ที่คะแนนมิดเทอมก็พอ ๆ กัน ส่วนข้อสอบตอนไฟนอลก็ทำกันได้เห็น ๆ (เพราะข้อสอบบางชุด คือชีทที่เรียนมาแล้ว) ทำไมเกรดถึงต่างกันขนาดนี้

ตอบไว้ในใจว่า ... แล้วเวลาพวกมึงเข้าไปนั่งเรียนน่ะ มึงทำแบบที่กูทำมั้ย? เคยสนใจอ.บ้างหรือเปล่า? เคยมาทันเวลามั้ย? และทั้งหมดทั้งมวล พวกมึงเคยตั้งใจเรียนกันมั้ย? ... กูถามพวกมึง(ในใจ)แค่นี้ล่ะ

จากเหตุการณ์นี้ ทำให้รู้ว่าบางทีเกรดมันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคะแนนสอบเสมอไป มันต้องประกอบด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง

 

Camping Management - A

ไปค่ายที่กาญจน์ก็แทบจะกระอักเลือด ไหนจะเหน็ดเหนื่อยกาย ไหนจะเหน็ดเหนื่อยใจ เกิดเรื่องราวมากมาย เท่านั้นมันคงน้อยไป ... เจอข้อสอบไฟนอลเข้าไปที กูแทบจะกระโดดลงมาจากชั้นสองของโรงยิม แม่งให้เขียนกำหนดการการจัดค่ายห้าวัน โห เขียนกันมือแหก ... กูยัดนันทนาการใส่ทุกชั่วโมง อ้อ แต่มีแอบไฉโซ ไปนอนริมทะเลดูดาวด้วยว่ะเฮ้ย หุหุ

 

Organization And Administration Recreation - B+

นี่ก็ข้อสอบแบบตายกันไปข้าง คนที่เรียนวิชานี้ บอกตามตรงคือคนที่ต้องการหนีวิชาโทอังกฤษ(เพื่อมาลงโทนันทนาการ) แต่ข้อสอบไฟนอลแม่ง ฆ่าพวกกูเลยเหอะ คำสั่งคือ ให้แปลความหมายจากคำภาษาอังกฤษที่กำหนด แล้วอธิบายความหมายเพื่มเติม โอ้ว ปกติอีคนที่เรียนโทนันมันก็ไม่ค่อยอ่านหนังสือกันอยู่แล้ว ถ้าอ่านก็ไม่มีใครสนใจตัวหนังสือต่างด้าวพวกนี้หรอก แล้วนี่อะไร เอาภาษาต่างด้าวมาให้กูอ่าน แทบจะวิ่งออกไปทำบุญด้วยดิคชันนารีกันเลยทีเดียว

 

Japanese 4 - B+

เป็นวิชาเดียวที่เราร้องไห้ให้กับเกรด ร้องไห้เพราะความเสียใจอย่างสุดซึ้ง เพราะสามตัวก่อนหน้า ฟันเอ มาตลอด แต่เทอมนี้ นี่มันอาร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยย เห็นเกรดร้องไห้โฮ โทรหาอ. ก็เลยได้รับคำปลอบใจมาว่า "เอาน่า ก็เราไม่สบายนี่ ไม่เห็นเป็นอะไรเลย เราไม่ได้ไม่ขยัน หรือว่าโง่นี่" โฮๆๆๆๆ ร้องหนักกว่าเดิม (อีบ้า)

กลายเป็นว่า ตัวนี้ ห้องเราไม่มีใครสามารถฟันเอสี่ตัว(สี่เทอม)ได้ มีแต่คนได้สามตัวทั้งนั้น (กูกะจะเป็นคนแรกที่ฟันเอสี่ซะหน่อย เสือกป่วยเป็นไข้เลือดออกกับไวรัสลงตับวันนั้นพอดี ซวยกูได้อีก)

 

เอาล่ะ สรุปผล เทอมนี้ฟันกันไป ๓.๔๗ คับพี่น้องค๊าบบบบบบบ

เฉลี่ย ๔ เทอม ๓.๐๑ ... โอ้ว ถ้าเทอมหน้าเกรดพุ่งเกินสามจุดสี่ เฉลี่ยจะเป็น ๓.๑๐ และอะฮั้นก็จะได้สอบทุนแล้วเฟ้ยยย

 

อ๊ะ ๆ อย่าคิดว่าเจ้าของบล็อคเก่งกาจจนอาจจะคว้าเกียรตินิยม(ถ้ามันขยันกว่านี้)เมื่อจบ ไม่ต้องลุ้นให้หนังเหี่ยว

เพราะกูติด หมา ไปสามตัว กับวิชา Foundation English 2 (D+) / Structure Of English (D) / Phonetics (D) ไปเรียบร้อยโรงเรียนวิชาโทภาษาอังกฤษแล้วโว๊ยยย

 

ตอนนี้เลยได้ชื่อว่าเป็นพวก "เด็กอิงค์(อังกฤษ)กลับใจ(เพราะย้ายไปโทนัน)"

วะฮ่ะฮ่ะฮ่ะฮ่า

 

 

ชอบดูเป็นต่อเว้ย! (for what?)

 

ลัลล้าลัลล้านะคับพี่น้องค๊าบบบ!!!!!!

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ /ปิดเทอมใหญ่หัวใจวึ้นวือ /เพลงเพราะ double wink

#1 By hiney* on 2008-04-18 11:52

กูอ่านเรื่องมึงแล้วกูก้องง กับตัวย่อ สาดดดดดดดดดดด

เอาเป็นว่ากูกำลังจะเดินทางกลับบางกอก

และเอาเป็นว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น มันเป็นบทพิสูจน์ความเป็นเพื่อนของพวกเรา

เจอกัน ณ บางกอก จุ๊บๆ

#2 By แนนน้อย (203.154.50.54) on 2008-04-29 21:47